วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ผู้ชายก็สวยได้…กับคลิปสอนแต่งหน้าผู้ชายหล่อเท่ห์สไตล์เกาหลี



      สมัยนี้เรื่องแต่งหน้าคงไม่ได้มีเพียงแค่ผู้หญิงกันแล้วนะค่ะ สมัยนี้หนุ่มๆ เค้าก็นิยมที่จะแต่งหน้าเพื่อเสริมบุคคลิกภาพให้ดูดียิ่งขึ้นกันแล้วค่ะ หนุ่มๆ ที่เห็นที่จะจำเป็นจะต้องแต่งหน้ามากกว่าใครก็คงจะหนีไม่พ้นเหล่าบรรดาเซเลบทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง ที่ต้องให้ตัวเองดูหล่อและเนียบอยู่ตลอดเวลา
     ผู้ชายก็สวยได้…เรื่องการแต่งหน้าในสมัยปัจจุบันจึงดูเป็นเรื่องที่ปกติมากๆ สำหรับคุณผู้ชายทั้งหลายที่รักการแต่งหน้าไม่ได้แปลว่าหนุ่มๆ หน้าใสและหล่อขนาดนี้จะต้องเป็นชะนี เก้ง กวาง เท่านั้นนะค่ะ แต่เค้านั้นเป็นผู้ชายทั้งแท่งเลยละค่ะ เพียงแต่ชอบให้ใบหน้าของตนเองนั้นหล่อขึ้นและดูดีขึ้นต่างหาก แต่ทว่าก็จะใช่ว่าหนุ่มๆ เหล่านี้จะแต่งหน้ากันซะโอเว่อร์ซะทีไหนละเค้าก็เพียงแตงแต่งบางๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติเท่านั้น แต่หนุ่มๆ ส่วนใหญ่ที่ชอบแต่งหน้าก็มักจะอิงไปทางการแต่งหน้าดูเป็นธรรมชาติในสไตล์เท่ห์อย่างไอดอลเกาหลีหรือแบบดุดันเล็กน้อยอะไรประมาณแบบนี้อะจ๊ะ
     ว่าแล้วสาวๆ อยากลองแต่งหน้าให้หนุ่มๆ ของคุณกันดูบ้างไหมเอ่ย…ถ้าอยากลองแต่งหน้าหนุ่มๆ ของคุณแต่ว่าไม่รู้ว่าจะแต่งอย่างไรและต้องเริ่มจากตรงไหนดีละก็วันนี้เราก็มีคลิปวีดีโอการสอนแต่งหน้าผู้ชายสไตล์เกาหลีมาฝากกันด้วยนะจ๊ะ ว่าแล้วเราก็มาดูเทคนิคการแต่งหน้าของชายหนุ่มคนนี้กันเลยดีกว่าค่ะ ว่าแต่สาวๆ ไม่ใช่ดูฟินจนเพลินแล้วแอบไปแต่งหน้าหนุ่มๆ ของตอนนอนหลับเข้านะค่ะเค้าคนนั้นอาจจะตื่นมาแบบตกใจ มึน งง ว่า ทำไม๊…ทำไมผมดูหล่อเหลาขนาดนี้จนต้องให้คุณสาวๆ ทั้งหลายแต่งหน้าให้ทุกวันก็เป็นไปได้นะจ๊ะ ว่าแล้วเรามาฝึกซ้อมการแต่งหน้าสไตล์ผู้ชายก็สวยได้กันเลยค่ะ

สอนแต่งหน้าสาวทำงานใช้สมัครงาน




        สาวๆ ที่กำลังมองหาวิธีแต่งหน้าไปทำงานหรือแต่งหน้าสมัครงานกันอยู่ละก็วันนี้เรามีคลิปวีดีโอการสอนแต่งหน้าสาวทำงานใช้สมัครงานได้ด้วยนะจ๊ะมาฝากกันด้วยจ้า แถมการแต่งหน้าสไตล์นี้ยังช่วยส่งเสริมให้คุณกลายเป็นสาวที่มีบุคลิกภาพที่มั่นขึ้นอีกด้วยค่ะ ฉะนั้นห้ามพลาดนะค่ะ
       สำหรับสาวๆ โดยเฉพาะน้องๆ นักศึกษาทั้งหลายที่กำลังมองหาเทรนด์แต่งหน้าที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการไปสมัครงานยิ่งขึ้น และทำให้คุณนั้นเป็นสาวมั่นที่ดูมั่นใจยิ่งๆ ขึ้นไปอีกคุณต้องไม่พลาดการเรียนรู้ที่จะต้องแต่งหน้าด้วยตัวคุณเองนะค่ะ เพราะว่าแม้ว่าคุณนั้นจะไปจ้างช่างมาแต่งหน้าให้แต่ก็เป็นการสิ้นเปลืองอยู่มิใช่น้อยแต่ถ้าสามารถแต่งหน้าเองได้ก็อาจจะได้สิ่งที่คุณสาวๆ นั้นถูกใจมากยิ่งกว่าการจ้างช่างแต่งหน้าในราคาที่แพงๆ ก็ได้ค่ะ และยิ่งเราเป็นสาววัยทำงานด้วยแล้วจะให้จ้างช่างแต่งหน้าทุกวันก็คงจะไม่ไหวจริงไหมละค่ะ และโดยเฉพาะน้องๆ นักศึกษาด้วยแล้วถ้าต้องจ้างช่างแต่งหน้าในราคาแพงๆ แต่ยังหาเงินไม่ได้ก็คงจะลำบากคุณพ่อคุณแม่แย่เลยจริงไหมเอ่ย ฉะนั้นแล้วการแต่งหน้าด้วยตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญกันสักนิดหนึ่งจ้า เพราะไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งในการแต่งหน้าก็เช่นกันสามารถเปลี่ยนคุณสาวๆ จากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นหงส์ได้เลยนะจ๊ะ
      แต่สำหรับผู้หญิงอย่างเราๆ อาจจะไม่ต้องถึงขนาดเก่งเรื่องแต่งหน้าอะไรมากมายก็ได้ค่ะเพราะเราก็ไม่ใช่จะแต่งหน้าเป็นงานอาชีพอะเนอะ เอาเป็นว่าแค่แต่งหน้าตัวเองดูดีและมั่นใจในแบบของเราก็พอแล้วละค่ะ เชื่อเลยค่ะว่าผู้หญิงแต่ละคนนั้นก็มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้วจริงไหมละค่ะ ฉะนั้นแล้วเพื่อเสริมสร้างความมั่นของสาวๆ และน้องๆ นักศึกษาที่กำลังจะเริ่มทำงานและเริ่มสมัครงานนะค่ะ เรามาเริ่มแต่งหน้าให้สวยมั่นกันเลยดีกว่าค่ะ ในคลิปวีดีโอการสอนแต่งหน้าในวันนี้นั้นเราก็มีทั้งขั้นตอนที่น้องๆ จะได้เห็นกันอย่างละเอียดและรวมถึงเทคนิคการแต่งหน้าให้น้องๆ ได้เห็นกันอีกด้วยค่ะ ฉะนั้นแล้วเรามาเริ่มรู้ขั้นตอนการสอนแต่งหน้าไปพร้อมกับคลิปวีดีโอกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าแต่เตรียมอุปกรณ์ในการแต่งหน้ากันแล้วรึยังเอ่ย ถ้ายังละก็ก่อนเปิดคลิปวีดีโอก็อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์กันนะค่ะจะได้ฝึกฝนไปพร้อมๆ กันเลยจ้า

วิธีการแต่งหน้าหวานหรูแบบเจ้าหญิงในเทพนิยาย

ขั้นตอนการแต่งหน้า

การแต่งหน้าวิธีการแต่งหน้า
1. วิธีแต่งหน้าผสมบีบีเข้ากับวอลุมเมอร์ ที่ช่วยให้ผิวดูฉ่ำน้ำ อัตราส่วน 1:1 แต่สำหรับคนหน้ามัน ให้ลดปริมาณของวอลุมเมอร์ลง2. การแต่งหน้าปัดแป้งฝุ่นแบบมีกลิตเตอร์ทับบางๆ ไม่ให้รู้สึกผิวหน้าเหนอะหนะ

วิธีแต่งหน้า

สอนแต่งหน้า
3. เริ่มเขียนคิ้วด้วย ที่เขียนคิ้วชนิดฝุ่น โดยใช้แปรงปลายตัดลงสีเข้มที่หางคิ้วก่อน แล้วเบลนสีอ่อนลงที่หัวคิ้ว ในลุคนี้จะเขียนขอบคิ้วให้คมกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อให้ตาดูเด่นขึ้น4. ปัดมาสคาร่าสีที่เข้ากับเส้นผม โดยปัดย้อนแนวเส้น คิ้วก่อนแล้วจึงปัดตามแนวเส้นคิ้ว


เทคนิคการแต่งหน้า

การแต่งหน้า
5. ใช้แปรงหัวกลม แตะสีกลาง และสีอ่อน ไล้จากแนวหัวคิ้วลง มาที่ข้างสันจมูก เพื่อเป็นการเพิ่มมิติให้ใบหน้า ทำให้สันจมูก ดูชัดเจนขึ้น6. แตะอายแชโดว์ สีน้ำตาลเบจ-อมแดง ทาให้ทั่วแนวชั้นตา จากหัวตาถึงหางตา

แต่งหน้า

วิธีการแต่งหน้า
7. วิธีแต่งหน้าใช้แปรงหัวกลม แตะอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้ม ไล้จากแนวหางตาออกไปเป็นรูปสามเหลี่ยม และเบลนขึ้นไปที่แนวร่องชั้นตาเพื่อให้ชั้นตาดูลึกขึ้น8. แตะอายแชโดว์สีขาวประกายมุก ทาจากหัวตาขึ้นไป จน ถึงกลางตา ในบริเวณเหนือแนวเส้นชั้นตา

การทาขอบตา

เขียนอายแชโดว์ตัดขอบตา
9. ทาขอบตาล่าง ด้วยสีน้ำตาลเบจอมแดง จากหัวตาถึงหางตา แล้วเน้นบริเวรหางตาด้วยสีน้ำตาลเข้ม10. ใช้แปรงปลายตัด แตะอายแชโดว์สีดำเข้ม เขียนเส้นขอบตาบางๆ เพื่อตัดขอบตาให้ดูชัดเจน แต่ดูไม่จงใจเหมือนการใช้อายไลน์เนอร์โดยตรง

การติดขนตาปลอม

ปัดแก้มสีชมพู
11. ดัดขนตา แล้วติดขนตาปลอมแบบช่อบาง แล้ว เสริมบริเวณ หางตาด้วยแบบหนา ให้ตาดูหวานแต่คมขึ้น จากนั้นปัดมาสคาร่าทับ12. การแต่งหน้าปัดแก้มด้วยสีพีชอมชมพู โดยปัดเฉียงจากพวงแก้ม ขึ้นไปที่แนวโหนกแก้ม
ทาลิปสติก
13. วิธีแต่งหน้าทาปากด้วยลิป สีพีช-อมชมพู โดยใช้พู่กันเกลี่ยให้เรียบเนียน แต่ไม่ต้องทากรอสทับ

หลากข้อดีของการแต่งหน้าที่สาวๆ อาจจะนึกไม่ถึง


หลากข้อดีของการแต่งหน้าที่สาวๆ อาจจะนึกไม่ถึง

     ไก่งามเพราะขนฉันท์ใด สาวๆ อย่างเราก็งามเพราะแต่ง(บ้างอะไรบ้าง)ฉันท์นั้น ... ถึงแม้สาวๆ ส่วนใหญ่จะสนใจในเรื่องการดูแลความสวยความงาม ชอบเรื่องการแต่งหน้าดูแลผิวพรรณ แต่ก็มีสาวๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่สนใจที่จะแตะต้องเครื่องสำอางเลย เพราะให้เหตุผลว่า ขี้เกียจแต่งเสียเวลา , แต่งหน้าไม่เป็น , แต่งแล้วไม่ขึ้น ... ร้อยแปดพันเก้าเหตุผลจริงๆ เลยนะคะ อย่าลืมนะคะว่าเกิดเป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย การหยุดดูแลตัวเองก็เหมือนกันปล่อยให้ตัวเองแก่ไปวันๆ 

     น่าจะดีกว่านะคะถ้าสาวๆ จะหันมาใส่ใจเรื่องความงามเล็กๆ น้อยๆ บ้าง อย่างเรื่องการแต่งหน้า ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องจุกจิกหยุมหยิม แต่การแต่งหน้าก็ช่วยเสริมความมั่นใจและสร้างบุคลิกภาพที่ดีได้ ไม่เพียงแค่นั้นนะคะการแต่งหน้ายังให้อะไรกับเราอีกมากมายเลยล่ะค่ะ ไม่เชื่อก็ลองดูข้อดีของการแต่งหน้าดูสิคะ

หลากข้อดีของการแต่งหน้าที่สาวๆ อาจจะนึกไม่ถึง       >>> สวยใสมั่นใจทุกสถานการณ์ ... แต่งหน้านิดๆ หน่อยๆ ให้พอดูมีสีสัน ยังไงก็ดูดีกว่าปล่อยให้หน้าจืดๆ มันๆ โทรมๆ อยู่แล้วล่ะค่ะ ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ทาแป้งฝุด ปัดแก้มนิดๆ ทาลิปมันหน่อยๆ แค่นี้หน้าตาของสาวๆ ก็ดูดีมีสีสันขึ้นแล้วล่ะค่ะ และยิ่งสาว ๆ คนไหนพร้อมจะเมคอัพ "จัดเต็ม" นี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะมันจะเปลี่ยนคุณเป็นคนละคนเลยล่ะ

     >>> เครื่องสำอางนั้นช่วยปกป้องผิวพรรณจากแสงแดดและมลภาวะ ... ไม่ ว่าสาวๆ จะใช้แค่ครีมรองพื้นบางๆ หรือครีมบำรุงผิวทาลงไปแค่ชั้นเดียวบนใบหน้า ตามด้วยแป้งอีกเล็กน้อย ผิวสาวๆ จะมีเกราะป้องกันที่ช่วยกรองแสงแดดและมลภาวะแล้วค่ะ 

     >>> เครื่องสำอางช่วยให้หน้าเนียนได้ภายในพริบตา ... สาวๆ หลายคนพอพูดถึงการแต่งหน้ามักจะคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก ใช้เวลานาน แต่อยากจะบอกว่าการทำให้ใบหน้าเนียนสวยมีสีสันนิดหน่อยนั้นไม่ได้ใช้เวลานาน เลยค่ะ เพียงแค่สาวๆ แตะรองพื้น ลงแป้งบางๆ ปัดบลัชออน ทาลิปสติก เขียนคิ้วนิดหน่อย ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที คอนเฟิร์มว่าเนียนกิ๊ก!!

     >>> เป็นงานอดิเรกที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพ ... แถมยังให้ความสนุกสนาน เพราะการแต่งหน้านั้นสามารถแต่งได้หลายสไตล์ หลายรูปแบบ จึงไม่แปลกที่สาว ๆ จะรู้สึกสนุกสนานกับการแต่งหน้าในแต่ละวัน เปลี่ยนลุคของตัวเองหลังจากแต่งหน้าทุกครั้ง และแต่งสวยเพื่อนให้เข้ากับโอกาสต่างๆ แค่นี้ก็เพลินอย่าบอกใครแล้วล่ะค่ะ สนุกแบบนี้สินะ สาวๆ หลายคนถึงหลงไหลการสะสมเครื่องสำอาง

หลากข้อดีของการแต่งหน้าที่สาวๆ อาจจะนึกไม่ถึง

     >>> คลายเครียด ... ในช่วงเวลาที่รู้สึกเบื่อหรือเซ็ง หรืออยู่ระหว่างรอใครบางคนอยู่ การแต่งหน้าถือเป็นกิจกรรมแก้เครียดที่ทำให้ลืมเรื่องราวหลายๆ อย่างไปได้ช่วงหนึ่งเลยทีเดียวล่ะ ก็แหงล่ะ เพราะเวลาที่สาวๆ แต่งหน้า สมาธิและความสนใจทั้งหมดก็เทลงมาอยู่ที่หน้าตาที่สะสวยของตัวเอง ทำให้หายเบื่อไปได้อีกเยอะเลยล่ะค่ะ

     >>> การแต่งหน้าทำให้เราดูแลผิวหน้ามากขึ้น ... ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสาวๆ ที่แต่งหน้าหลายคนมักจะมีใบหน้าที่สะอาดใสกว่าสาวๆ ที่ไม่แต่งหน้า นั่นเพราะว่าสาวๆ ที่แต่งหน้ามักจะกังวลถึงความสะอาดหมดจดของใบหน้าก่อนนอนมากกว่าสาวๆ ที่ไม่แต่งหน้า เพราะพวกเธอกลัวสิวจะขึ้นจากเครื่องสำอางตกค้างบ้างล่ะ ความมันอุดตันบ้างล่ะ ก็พูดง่ายๆ เลยว่า ถ้าสาวๆ ได้แต่งหน้าแล้ว เมคอัพบนใบหน้าจะบังคับให้สาวๆ ได้ทำความสะอาดผิวหน้ากันอย่างละเอียดอ่อนมากขึ้นค่ะ

จริงหรือ? ผลสำรวจพบกว่า 95% ผู้หญิงไทยชอบการแต่งหน้า

จริงหรือ? ผลสำรวจพบกว่า 95% ผู้หญิงไทยชอบการแต่งหน้า
       >>การแต่งหน้านับเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตของผู้หญิงจำนวนมาก หากลองเอ่ยถามสุภาพสตรีใกล้ๆ ตัว แน่นอนว่าหนึ่งในกิจวัตรหลักอย่างหนึ่งของสุภาพสตรีหลายๆ คนก่อนออกจากบ้าน คือ การแต่งหน้า อาจจะเพื่อความสวยงาม ปกปิดสิ่งที่ไม่อยากเปิดเผย เสริมความมั่นใจ และอีกเหตุผลนานับประการ แต่ทั้งหมดทั้งปวงนั้นก็ล้วนแต่ทำให้การแต่งหน้ากลายมาเป็นรายการอันดับต้นๆ ที่คุณผู้หญิงต้องทำ
      
       เครื่องสำอางค์อาร์ทิสทรีโดยแอมเวย์ ร่วมกับสวนดุสิตโพล ทำการสำรวจเรื่อง “พฤติกรรมการแต่งหน้าของญิงไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการศึกษาพฤติกรรมการแต่งหน้าตลอดจนพฤติกรรมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของสุภาพสตรีที่มีอายุระหว่าง 20-35 ปี อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 1,023 คน โดยดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 28 เมษายน-14 พฤษภาคม 2553 พบว่า ผู้หญิงกลุ่มตัวอย่างถึง 95% แต่งหน้า โดยกลุ่มนี้มีการแต่งหน้าแบบใช้รองพื้น 71% และแต่งหน้าแบบไม่ได้ใช้รองพื้นอีก 24% รวมถึงยังมีผู้หญิงที่ไม่ได้แต่งหน้าอีก 5%
      
       นอกจากนี้ พบว่า กลุ่มผู้หญิงตัวอย่าง 34% แต่งหน้าทุกวัน และ 37% แต่งหน้าเฉพาะวันทำงาน โดยกลุ่มผู้หญิงส่วนใหญ่เชื่อว่า การแต่งหน้ามีประโยชน์และมีความสำคัญในการช่วยให้สวยงามและเสริมบุคลิกภาพ 28% รองลงมาช่วยแก้ไขข้อบกพร่องและเสริมจุดเด่นบนใบหน้า 27% ถัดมาคือ ช่วยลดวัยทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงถึง 16%
จริงหรือ? ผลสำรวจพบกว่า 95% ผู้หญิงไทยชอบการแต่งหน้า
       และยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าการแต่งหน้ามีความสำคัญต่อชีวิตและจิตใจของผู้หญิงมาก คือ ผลการสำรวจที่ระบุว่ากลุ่มตัวอย่างถึง 67% รู้สึกไม่มั่นใจเวลาไม่แต่งหน้าออกจากบ้าน โดยในจำนวนนี้ 40% รู้สึกขาดความมั่นใจเล็กน้อย12% รู้สึกไม่มั่นใจเลย และไม่สามารถออกจากบ้านโดยไม่แต่งหน้าได้ 8% ออกจากบ้านได้ แต่จะพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ที่อาจจะพบคนรู้จัก และ 7% รู้สึกเหมือนคนป่วยเวลาไม่ได้แต่งหน้า บางคนต้องใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น เว่นตาดำ เพื่ออำพรางริ้วรอย เป็นต้น
      
       จากผลการสำรวจข้างต้นทำให้เครื่องสำอางอาร์ทิสทรีเข้าใจความต้องการของผู้หญิงได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเหตุผลที่ยังมีผู้หญิงหลายๆ คนยังไม่กล้าใช้รองพื้น เพราะเกรงว่าจะดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือรู้สึกเหนอะหนะ ยุ่งยาก ผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มรองพื้น “อาร์ทิสทรี เฟซ (ARTISTRY FACE)” จะช่วยแก้ปัญหาในการใช้รองพื้นแต่งหน้ารวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงได้อย่างครบถ้วน
จริงหรือ? ผลสำรวจพบกว่า 95% ผู้หญิงไทยชอบการแต่งหน้า
       โดยอาร์ทิสทรีได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์รองพื้น“อาร์ทิสทรี เฟซ (ARTISTRY FACE)” รองพื้นที่ “รู้จัก” ผิวของผู้หญิงอย่างแท้จริง ด้วยหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นรองพื้นเหลว แป้งแข็งผสมรองพื้น แป้งฝุ่น แป้งฝุ่นอัดแข็ง หรือคอนซีลเลอร์ อาร์ทิสทรีใช้เทคโนโลยีทันสมัย เพื่อผลิตรองพื้นให้ผิวทุกโทนสีเรียบเนียนสวยสมบูรณ์แบบ ประกอบด้วยคุณสมบัติสองประสิทธิภาพ คือ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิวก่อนจะเริ่มต้นขั้นตอนแรกของการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ประกอบด้วย 4 เทคโนโลยีหลัก
      
       ได้แก่ อาร์ทิสทรี ไอดีล เฉด เทคโนโลยี(Artistry Ideal Shade Technology) ทำให้อณูเนื้อแป้งปรับเฉดสีเข้ากับสีผิวธรรมชาติของแต่ละคนได้อย่างลงตัว ทำให้การเลือกเฉดสีง่ายดายยิ่งขึ้น พร้อมด้วยอาร์ทิสทรี ไอดีล พาวเดอร์ เทคโนโลยี (Artistry Ideal Powder Technology) ช่วยให้สามารถรองพื้นได้เรียบเนียนสวย ปกปิดริ้วรอยและจุดบกพร่องต่างๆ ได้ดีอาร์ทิสทรี ออร่า ออฟ โพร เท็คชั่น (Artistry Aura of Protection) และโปรเทกทีฟ คอมเพลกชั่น แบริเออร์ (Protective Complexion Barrier) ที่ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ สารป้องกันแสงแดดที่เป็นมิตรกับผิว ช่วยป้องกันแสงแดดด้วยค่า SPF ที่สูงขึ้น และช่วยป้องกันรังสียูวีเอ/ยูวีบี ที่จะช่วยให้การแต่งหน้าโดยใช้รองพื้นของผู้หญิงง่ายขึ้นและยังช่วยให้ผู้หญิงไทยสวยขึ้น
      
       การแต่งหน้านับว่าเป็นความสุขของผู้หญิงหลายๆ คน ที่จะได้มองเห็นความงดงามของตนเอง และยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิงที่จะได้ทำตามความต้องการของตนได้อย่างเต็มที่ หากว่าการแต่งหน้าจะเป็นปัจจัยที่ 5 ที่จะอยู่เคียงข้างความสวยงามและความสำเร็จของผู้หญิงแล้ว อาร์ทิสทรีก็ขอสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดีๆ อย่างไม่หยุดยั้งในการสนับสนุนความสวยงามและความมั่นใจของผู้หญิงไทยต่อไป...

แต่งหน้าดีหรือไม่อย่างไร


การแต่งหน้าดีหรือไม่อย่างไร

        อิสระในการรักความสวยความงามนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้หญิงเราได้รับมาตั้งแต่กำเนิดซึ่งก็มีสารพัดวิธี ทั้งการแต่งตัวด้วยสีสันต่างๆ การใช้เครื่องประดับ รวมทั้งการต่ำแต่งใบหน้าด้วยเครื่องสำอางสารพัดชนิด เมื่อทำไปมาก็สามารถกลายเป็นกิจกรรมที่ผู้หญิงเราทำกันเป็นประจำโดยไม่ได้รู้สึกว่าเป็นส่วนเกินหรือหน้าที่แต่อย่างไร

      การใช้เครื่องสำอาง อาจจะเป็นการใช้เพื่อปกป้องความผิดปกติของผิวหรือของโครงสร้างใบหน้าบางอย่าง หรือช่วยเสริมให้สิ่งที่สวยอยู่แล้วให้เด่นยิ่งขึ้น ผู้หญิงสาวๆ ตั้งแต่อายุ 12-13 ก็อาจจะเริ่มทาลิปมันบ้าง พอโตขึ้นมาก็อาจจะเริ่มทาน้ำยาทาเล็บหรือเพิ่มทาแป้งบ้าง การแต่งเติมเสริมเพิ่มบางอย่างนี้ก็มีทั้งผลดีและไม่ดีต่อผิวและสุขภาพของเรา จึงจำเป็นที่เราจะต้องทราบเอาไว้ด้วยนะคะ

ข้อดีของการแต่งหน้า

คงไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรที่ผู้หญิงเราใช้เครื่องสำอางสารพัดชนิดกันในปัจจุบันนี้ ก็เพราะว่าอยากสวย อยากดูดี เพิ่มขึ้นน่ะสิคะ เครื่องสำอางหลายชนิดสามารถใช้ได้ง่ายและเสียเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง เมื่อแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางแล้วก็อาจสามารถช่วยปกปิดริ้วรอยและซ่อนความไม่สมบูรณ์ของผิวได้ ทำให้มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น เครื่องสำอางก็มีให้เลือกใช้เป็นร้อยเป็นพันชนิดให้สามารถเลือกซื้อใช้ แต่ละชนิดก็เหมาะสมกับสภาพผิว ขนาดและรูปหน้าที่ต่างกัน ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น เครื่องสำอางที่ดีเหล่านี้จะยิ่งเพิ่มความสวยงามให้กับสุภาพสตรีได้มากขึ้น เมื่อเราดูดีและเรียบร้อยน่ารัก ก็มักจะได้รับการดูแลและบริการที่ดีรวมทั้งปฏิสัมพันธ์ที่ดีจากผู้ที่เราติดต่อด้วยค่ะ

ข้อเสียของการแต่งหน้า

คงไม่มีอะไรที่มีแต่ผลดีโดยไม่มีผลเสียรวมอยู่ด้วย เครื่องสำอางก็เช่นเดียวกัน มันก็ไม่ได้เพอร์เฟ็คเลิศเลอไปเสียทั้งหมด (ขึ้นกับชนิด ผู้ผลิต ความเหมาะสมกับตัวเราและอีกหลายๆ อย่าง) การใช้เครื่องสำอางบางอย่างตลอดทุกวันอาจจะทำให้เกิดผลเสียอย่างรุนแรงกับผิวของเราก็ได้ เครื่องสำอางหลายต่อหลายชนิดในตลาดมีสารเคมี สี สารกันบูด เป็นจำนวนมาก ส่วนผสมเหล่านี้หลายอย่างเป็นพิษต่อร่างกายของเรา ตัวอย่างเช่น ลิปสติกที่ไม่ดีอาจจะมีส่วนประกอบของตะกั่ว (มากับสีของมัน) หรือแป้ง อายแชโดว์ รองพื้น ผงทาขอบตา ก็อาจจะมีสารเคมีที่เป็นอันตรายผสมอยู่ นอกจากนั้นแล้วเครื่องสำอางที่ไม่ดีก็จะอุดตันรูขุมขนทำให้ผิวไม่สามารถหายใจได้ และสร้างปัญหาผิว เช่นสิว ตามมาได้อีก

โดยปกติแล้ว ผู้หญิงเราก็มักจะไม่ค่อยตรวจดูส่วนประกอบของเครื่องสำอางเสียด้วย หรือยิ่งกว่านั้นคือไม่ได้โดยทิ้งไปเมื่อหมดอายุ ดังนั้นแล้วคงจะต้องเลือกใช้เครื่องสำอางจากผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ มีการจดแจ้งส่ว่นประกอบไว้อย่างถูกต้อง (ในประเทศไทยก็เป็นกับองค์การอาหารและยาหรือ อ.ย.) นอกจากนี้ก็ต้องไม่ลืมว่าควรใช้เครื่องสำอางเพียงบางเบา และใช้แบบจัดเต็มเพียงครั้งคราวเท่านั้น และต้องไม่ลืมล้างออกเมื่อกลับถึงบ้านหรือที่พักด้วยนะคะ

ประวัติศาสตร์การแต่งหน้า

                    ทุกวันนี้การแต่งหน้าเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับสาวๆ ส่วนอุปกรณ์แต่งหน้าและเครื่องสำอางก็มีให้เลือกใช้มากมายไปหมด จนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว ความจริงแล้วการแต่งหน้ามีความเป็นมาอย่างยาวนาน มีนอกเหนือไปจากการแต่งเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว และนี่คือเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของการแต่งหน้า


  • มีการบันทึกไว้ครั้งแรกที่อียิปต์ ประมาณ 4,000 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์ใช้น้ำมันแบบพิเศษทาตัวเพื่อป้องกันแสงแดด และลม นอกจากนั้นยังช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นด้วย ส่วนการแต่งหน้าอีกอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวอียิปต์โบราณเลย ก็คือ การเขียนขอบตาดำ โดยใช้อุปกรณ์ที่ใช้เขียนเรียกว่า Kohl ระบายลงไป เหตุผลก็เพื่อช่วยป้องกันดวงตาจากแสงแดดและแมลง และยังมีเหตุผลตามความเชื่อว่า ช่วยในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายอีกด้วย ซึ่งการเขียนตานี้เป็นที่นิยมในอียิปต์มาก ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย รวยหรือจน ทุกคนก็จะทาขอบตาดำ

  • ในช่วงยุคโรมัน หรือประมาณ ค.ศ.1 เป็นต้นไป ชาวโรมันนิยมทาขอบตาดำด้วย Kohl เหมือนกัน แต่มีการใช้ชอล์กขาวเพิ่มเป็นไฮไลท์ช่วยให้หน้าสว่างขึ้นด้วย นอกจากนั้นยังใช้ผลชาดสีแดงทางแก้ม ที่น่าสนใจคือ ชาวโรมันให้ความสำคัญกับสุขภาพฟันมาก มีการใช้หินภูเขาไฟ ช่วยในการทำความสะอาดฟัน และทำให้ฟันขาวขึ้น

  • ในยุโรปช่วงยุคกลาง (Middle age) ผิวขาวเป็นที่นิยมมาก ไม่ใช่ขาวอมชมพูแบบที่นิยมในบ้านเราตอนนี้ แต่ต้องเป็นขาวซีดเหมือนกระดาษ ยิ่งขาวมาก ยิ่งแสดงถึงสถานะทางสังคมที่สูงกว่า สาวๆ ยุโรปจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้มีผิวขาว แม้กระทั่งยอมทำร้ายตัวเองเพื่อให้เลือดออก ทำให้มีผิวขาวซีดสมใจ
  • ช่วงยุคฟื้นฟูศิลปะ (Renaissance) ศตวรรษที่ 17 การแต่งหน้าถือเป็นเรื่องน่าอับอาย และยอมรับไม่ได้ในสังคม แต่ผู้คนยังคงนิยมผิวขาวกันอยู่ ในช่วงยุคนี้มีการนำไข่ขาวมาทางหน้า เพื่อให้มีลักษณะมันเงา รวมทั้งใช้สีขาวที่ทำมาจากตะกั่วขาว ซึ่งเป็นพิษมาทาหน้า ส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพทำให้มีผู้หญิงจำนวนมากที่ตายจากพิษตะกั่ว

  • ศตวรรษที่ 18 เริ่มมีการยอมรับผู้หญิงที่เป็นนักแสดงและโสเภณีสามารถแต่งหน้าได้ ส่วนคนธรรมดาสามารถทำได้แค่ทาแก้มสีชมพู ให้ดูเปล่งปลั่ง มีสุขภาพดี แต่ในฝรั่งเศสนิยมทาปากและแก้มสีแดง เพื่อให้ดูเป็นคนสุขภาพดี สนุกสนาน และในที่ฝรั่งเศสนี่เอง ที่มีการคิดค้นลิปสติกอันแรกของโลก ทำมาจากไขมันกวาง น้ำมันละหุ่ง และขี้ผึ้ง ห่อด้วยกระดาษ

  • ศตวรรษที่ 20 ช่วงปี ค.ศ.1910 ถือเป็นช่วงปฏิวัติวงการเครื่องสำอางอย่างแท้จริง มีการคิดค้นเครื่องสำอางหลายอย่างที่เราใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ เช่น มาสคารา ลิปสติกแท่ง รวมถึงแป้งแบบตลับ ยุคนี้การแต่งหน้าถือเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งซึ่งแพร่หลายไปทั่ว พร้อมๆ กับการโด่งดังขึ้นของฮอลลีวูด และการเติบโตของนิตยสารแฟชั่นต่างๆ

  • ทุกวันนี้ แนวความคิดแบบสวยจากภายใน กับการแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ เป็นที่นิยมมาก แต่แนวทางการแต่งหน้าก็ยังมีหลากหลาย ใครจะแต่งยังไง ทำอะไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยเสริมความงาม ลบความบกพร่อง ก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ต้องรอดูกันต่อไปว่า ในอนาคตเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกันอีก